Angular Cheilitis (โรคมุมปากอักเสบ หรือ ปากนกกระจอก)
Angular Cheilitis (โรคมุมปากอักเสบ) คืออะไร? สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และวิธีรักษา
โรคมุมปากอักเสบ หรือ ปากนกกระจอก
มุมปากแตก แดง แสบ เจ็บ ลอกเป็นขุย เป็นซ้ำบ่อย อาจเกิดจาก Angular cheilitis หรือภาวะอักเสบของมุมปาก ซึ่งไม่ได้มีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินหรือการติดเชื้อราเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความชื้นจากน้ำลาย การติดเชื้อแบคทีเรีย การระคายเคือง และโรคผิวหนังบางชนิดได้ การรักษาจึงควรพิจารณาจากลักษณะรอยโรค และสาเหตุของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อช่วยให้อาการดีขึ้นและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
Angular Cheilitis (โรคมุมปากอักเสบ) คืออะไร?
โรคมุมปากอักเสบ คือ ภาวะอักเสบของผิวหนังบริเวณมุมปาก ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างผิวหนังริมฝีปาก กับเยื่อบุภายในช่องปาก สามารถเกิดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยอาจพบรอยโรคเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง มุมปากเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยทั้งขณะพูด รับประทานอาหาร และอ้าปาก หากมีน้ำลายสะสมเป็นเวลานาน ผิวหนังอาจเปื่อยและสูญเสียความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว ทำให้เกิดการอักเสบ และอาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมา ภาวะนี้มักรักษาได้ แต่หากไม่แก้ไขปัจจัยกระตุ้น อาจเป็นเรื้อรังหรือกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อย
อาการของโรคมุมปากอักเสบ
อาการที่พบบ่อยของโรคมุมปากอักเสบ ได้แก่
- มุมปากแดง: ผิวหนังบริเวณมุมปากมีสีแดง หรือสีคล้ำกว่าผิวโดยรอบ
- มุมปากแตกเป็นร่อง: อาจเห็นเป็นรอยแยก หรือแผลถลอกบริเวณรอยพับของมุมปาก
- แสบหรือเจ็บ: โดยเฉพาะเวลาอ้าปากกว้าง พูด หรือรับประทานอาหาร
- ผิวหนังเปื่อยชื้น: อาจมีผิวสีขาวซีดจากความชื้นสะสม
- มีสะเก็ดหรือน้ำเหลือง: ในบางรายอาจมีเลือดซึม สะเก็ด และการติดเชื้อแทรกซ้อนได้
อาการอาจเป็นเพียงเล็กน้อยและหายได้เอง หรืออาจเป็นเรื้อรังหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุของโรคมุมปากอักเสบ
1. ความชื้นจากน้ำลายและการระคายเคือง
เป็นปัจจัยสำคัญที่พบได้บ่อย น้ำลายที่สะสมบริเวณมุมปากเป็นเวลานานสามารถทำให้ผิวหนังเปื่อย และเกิดการอักเสบจากการระคายเคืองได้ โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- การเลียริมฝีปากบ่อย ๆ
- น้ำลายไหลขณะนอนหลับ
- ร่องมุมปากลึก
- ริมฝีปากแห้งและแตก
- การใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดี หรือการเปลี่ยนแปลงของการสบฟัน
เมื่อเกราะป้องกันผิวเสียไป เชื้อโรคที่อาศัยอยู่บริเวณผิวหนังและช่องปาก อาจเพิ่มจำนวนและทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น
2. การติดเชื้อรา Candida
- เชื้อราในกลุ่ม Candida โดยเฉพาะ Candida albicans สามารถเกี่ยวข้องกับการเกิด Angular cheilitis ได้
- ผู้ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผู้ที่มีความชื้นบริเวณมุมปาก ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่มีเชื้อราในช่องปากร่วมด้วย
- อย่างไรก็ตาม การตรวจพบ Candida ไม่ได้หมายความว่าเชื้อราเป็นสาเหตุของรอยโรคเสมอไป เพราะเชื้ออาจอาศัยอยู่ในช่องปากได้ตามปกติ จึงต้องพิจารณาร่วมกับอาการและผลตรวจทางคลินิก
3. การติดเชื้อแบคทีเรีย
- แบคทีเรีย เช่น Staphylococcus aureus อาจทำให้เกิดการอักเสบที่มุมปาก หรือเกิดการติดเชื้อซ้ำเติมในรอยโรคที่มีอยู่เดิม
- ลักษณะที่อาจพบ ได้แก่ มุมปากแดงมาก มีสะเก็ดเหลือง มีน้ำเหลือง หรือมีหนอง
- ในบางรายอาจพบทั้งการติดเชื้อราและแบคทีเรียร่วมกัน
4. ภาวะขาดสารอาหาร
ภาวะขาดสารอาหารบางชนิด อาจสัมพันธ์กับการเกิดภาวะมุมปากอักเสบได้ เช่น
- ภาวะขาดธาตุเหล็กหรือโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
- ภาวะขาดวิตามินบี12: เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือดและการทำงานของระบบประสาท
- ภาวะขาดโฟเลต (Folate): มีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือด
- ภาวะขาดวิตามินบี2 (Riboflavin): มีบทบาทต่อกระบวนการเผาผลาญและสุขภาพของผิวหนังและเยื่อบุ
- ภาวะขาดสังกะสี (Zinc): มีบทบาทในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
ไม่จำเป็นต้องตรวจหรือเสริมวิตามินทุกชนิดในผู้ป่วย แต่ควรพิจารณาจากประวัติ อาการร่วม และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
5. โรคประจำตัวและปัจจัยอื่นๆ
ภาวะที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมุมปากอักเสบ ได้แก่
- โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
- ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)
- ภาวะปากแห้งหรือความผิดปกติของน้ำลาย
- การใช้ยาบางชนิดที่ทำให้ริมฝีปากแห้ง เช่น isotretinoin หรือ acitretin
- นอกจากนี้ การแพ้สัมผัสจากลิปสติก ลิปบาล์ม ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ก็อาจทำให้เกิดผื่นอักเสบบริเวณริมฝีปากและมุมปากได้เช่นกัน
การวินิจฉัยโรคมุมปากอักเสบ
โดยทั่วไปแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยพิจารณาจาก
- ลักษณะของผื่น และตำแหน่งที่เป็นผื่น
- ระยะเวลาที่เป็นและประวัติการกลับเป็นซ้ำ
- การมีน้ำลายสะสม หรือการเลียริมฝีปากบ่อยๆ
- ประวัติการใช้ผลิตภัณฑ์ และยาที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการแพ้
- โรคประจำตัวและอาการที่บ่งชี้ภาวะขาดสารอาหาร
หากเป็นเรื้อรัง รักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือสงสัยสาเหตุ อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น
- การตรวจหาเชื้อราด้วยกล้องจุลทรรศน์: ในรายที่สงสัยการติดเชื้อรา
- การเพาะเชื้อ: เมื่อสงสัยการติดเชื้อและต้องการระบุเชื้อ
- Patch test: เมื่อสงสัยผื่นแพ้สัมผัส
- ตรวจเลือด CBC และ ferritin/iron studies: เมื่อสงสัยภาวะโลหิตจางหรือขาดธาตุเหล็ก
- Vitamin B12, Zinc, หรือ Folate: เมื่อมีข้อบ่งชี้จากประวัติหรืออาการร่วม
- การตรวจระดับน้ำตาล: เมื่อสงสัยโรคเบาหวาน
- การตัดชิ้นเนื้อผิวหนัง (Skin biopsy) โดยทั่วไปไม่จำเป็นสำหรับผู้ป่วย แต่อาจพิจารณาในรายที่มีรอยโรคผิดปกติเรื้อรัง หรือสงสัยโรคอื่นที่ต้องยืนยันด้วยพยาธิวิทยา
วิธีรักษาโรคมุมปากอักเสบ
การรักษาขึ้นกับสาเหตุที่สงสัย และความรุนแรงของโรค การใช้ยาฆ่าเชื้อเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากยังมีความชื้นหรือปัจจัยที่ทำให้ผิวหนังระคายเคืองอยู่ตลอดเวลา โดยวิธีการรักษามีดังนี้
1. การดูแลผิวหนังและลดความชื้นของริมฝีปาก
การดูแลผิวถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการรักษา วิธีการดูแลมีดังนี้
- หลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปาก
- ซับน้ำลายบริเวณมุมปากอย่างอ่อนโยน ไม่ถูหรือแกะสะเก็ด
- ใช้ขี้ผึ้งบำรุงผิวปกป้องผิวบริเวณมุมปาก
- หลีกเลี่ยงลิปบาล์ม ลิปสติก หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แพ้หรือระคายเคือง
- ดูแลสุขอนามัยช่องปากและฟันปลอมให้เหมาะสม
- ในรายที่เกิดจากความชื้นและการระคายเคืองเป็นหลัก การดูแลเกราะป้องกันผิวจะมีส่วนช่วยให้อาการดีขึ้นได้มาก
2. การใช้ยารักษาเชื้อรา
- หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อรา แพทย์อาจเลือกใช้ยารักษาเชื้อราร่วมด้วย
- ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงการทายาเข้าไปในช่องปากโดยไม่จำเป็น หากมีเชื้อราในช่องปากร่วมด้วย อาจต้องประเมินและรักษาเพิ่มเติม
3. การใช้ยารักษาเชื้อแบคทีเรีย
- หากสงสัยหรือยืนยันว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจพิจารณายารับประทานรักษาเชื้อแบคทีเรีย ตามความรุนแรงและความเหมาะสม
- ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง เพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา และไม่ช่วยในกรณีที่สาเหตุหลักไม่ใช่แบคทีเรีย
4. การรักษาภาวะผิวหนังอักเสบ
- หากมีการอักเสบจากการระคายเคืองหรือผื่นแพ้สัมผัส แพทย์อาจพิจารณายาลดการอักเสบชนิดรับประทานหรือยาทาในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยต้องประเมินว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วยหรือไม่
- ไม่ควรใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดทาเพียงอย่างเดียวโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อสงสัยการติดเชื้อรา เพราะอาจบดบังอาการและทำให้การติดเชื้อบางชนิดแย่ลงได้
5. การแก้ไขปัจจัยพื้นฐาน
ในผู้ที่เป็นซ้ำบ่อย ควรรักษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย เช่น
- รักษาภาวะขาดธาตุเหล็กหรือวิตามินที่ตรวจพบ
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน
- หลีกเลี่ยงสารที่ก่อการระคายเคืองหรือแพ้สัมผัส
- ประเมินฟันปลอมและการสบฟันในผู้ที่มีปัญหา
- รักษาโรคผิวหนังหรือโรคในช่องปากที่พบร่วมกัน
โรคมุมปากอักเสบใช้เวลารักษานานแค่ไหน?
ระยะเวลาในการรักษาจะขึ้นกับสาเหตุ ความรุนแรง และการแก้ไขปัจจัยกระตุ้น ผู้ป่วยจำนวนมาก มักเริ่มมีอาการดีขึ้นภายในไม่กี่วัน เมื่อได้รับการดูแลที่เหมาะสม และอาจหายภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม หากยังมีน้ำลายสะสม การติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษา หรือมีภาวะขาดสารอาหาร อาการอาจยืดเยื้อหรือกลับมาเป็นซ้ำได้ หากรักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 2–3 สัปดาห์ หรืออาการแย่ลง ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อทบทวนการวินิจฉัยและพิจารณาตรวจเพิ่มเติม
วิธีป้องกันโรคมุมปากอักเสบ
- หลีกเลี่ยงการเลียหรือกัดริมฝีปากบ่อย ๆ
- ใช้ขี้ผึ้ง petrolatum หรือผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวที่ไม่มีสารก่อการระคายเคือง
- ดูแลความสะอาดของช่องปากและฟันปลอม
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ริมฝีปากแดง คัน หรือแสบ
- รับประทานอาหารให้หลากหลายและเพียงพอ
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ให้เหมาะสม
- หากเป็นซ้ำบ่อย ควรตรวจหาสาเหตุแทนการซื้อยามาทาซ้ำด้วยตนเอง
คำถามอื่นเกี่ยวกับโรคมุมปากอักเสบ
1.โรคมุมปากอักเสบแตกต่างจากโรคอื่นอย่างไร?
ผื่นอักเสบบริเวณมุมปาก อาจมีลักษณะคล้ายกับโรคผิวหนัง หรือการติดเชื้อชนิดอื่น การซักประวัติและตรวจรอยโรคจึงมีความสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น
- Angular Cheilitis (โรคมุมปากอักเสบ) : มักมีรอยแตกเป็นร่อง แดง แสบ หรือเปื่อยชื้นบริเวณมุมปาก อาจเกิดข้างเดียวหรือสองข้าง และมักเจ็บเมื่ออ้าปาก
- Herpes labialis (โรคเริมที่ริมฝีปาก) : มักเริ่มจากอาการแสบหรือยิบๆ ก่อนเกิดตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่ม จากนั้นตุ่มจะแตกและกลายเป็นแผลหรือสะเก็ด มักกลับเป็นซ้ำบริเวณเดิม
- Contact dermatitis (โรคผื่นแพ้สัมผัส) : อาจมีอาการแดง แห้ง ลอก คัน หรือแสบที่ริมฝีปากและผิวหนังรอบปาก โดยสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เช่น ลิปสติก ลิปบาล์ม หรือยาสีฟัน
- Impetigo (โรคผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรีย) : อาจพบแผลถลอก ตุ่มพุพอง และสะเก็ดสีเหลืองคล้ายน้ำผึ้ง บางครั้งมีการลุกลามไปยังผิวหนังข้างเคียง
- หากพบแผลเรื้อรังข้างเดียว มีเลือดออกง่าย มีก้อน หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เหมาะสม ควรประเมินโรคอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
2.ควรพบแพทย์เมื่อใด?
- ควรไปพบแพทย์ หากมีอาการมุมปากแตกเรื้อรัง เป็นซ้ำบ่อย เจ็บมาก มีหนองหรือสะเก็ดเหลือง อาการลุกลาม หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น
- หากมีแผลข้างเดียวที่ไม่หาย มีเลือดออกง่าย มีก้อน หรือมีความผิดปกติของริมฝีปากที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ควรได้รับการตรวจเพื่อแยกโรคอื่นที่อาจมีลักษณะคล้ายกัน
**บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพ ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้
Angular Cheilitis (โรคมุมปากอักเสบ) คืออะไร? สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และวิธีรักษา
ผู้แต่ง : นพ.ชินดนัย วิกรัยพัฒน์ และ พญ.ปัทมา ปาประโคน พบ.วท.ม.ตจวิทยา (ผิวหนัง)
(หมอชิน-หมอหลิว) แพทย์ประจำแอลซีคลินิก ว.41671
เอกสารอ้างอิง
- Chelitis, Angular Chelitis, www.uptodate.com
- DermNet. Angular cheilitis. https://dermnetnz.org/topics/angular-cheilitis
- StatPearls. Angular Cheilitis. National Center for Biotechnology Information (NCBI). https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK536929/
- Cabras M, Gambino A, Broccoletti R, et al. Treatment of angular cheilitis: A narrative review and authors’ clinical experience. Oral Diseases. 2020;26(6):1107–1115. doi:10.1111/odi.13183.
ฝากติดตามบทความดีๆเรื่อง โรคผิวหนัง ผมร่วง ผมบาง เล็บ ความงาม เลเซอร์ และการผ่าตัดเล็ก ได้ที่คอลัมน์บทความนะครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความด้านโรคผิวหนังอักเสบ
- โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) คืออะไร สาเหตุ อาการ การรักษา
- โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง Lichen Simplex Chronicus คืออะไร อาการ การรักษา
- ผิวหนังอักเสบแบบวงกลม Nummular Eczema คืออะไร สาเหตุ อาการ การรักษา
- ผื่นรูปเหรียญ โรคผิวหนังอักเสบวงกลม nummular eczema คืออะไร สาเหตุ อาการ การรักษา
- โรคตุ่มน้ำใสที่มือ ผิวหนังอักเสบ (Dyshidrosis) คืออะไร รักษายังไงดี
- ผิวหนังอักเสบรอบปาก ผื่นแดงรอบริมฝีปาก คืออะไร สาเหตุ อาการ การรักษา
- โรคสะเก็ดเงิน คืออะไร สาเหตุ อาการ และการดูแลตัวเอง
- รักษาสะเก็ดเงิน ทำยังไง ยากิน ยาทา ยาฉีด ฉายแสงอาทิตย์เทียม
- ฉายแสงรักษาสะเก็ดเงิน ฉายแสงอาทิตย์เทียม คืออะไร ดียังไง ต้องฉายบ่อยแค่ไหน
- ยาฉีด รักษาสะเก็ดเงิน ยาชีวโมเลกุล Biologic drug คืออะไร มีข้อดียังไง
- ยาฉีดรักษาสะเก็ดเงิน Taltz ทอลซ์ คืออะไร ดียังไง ฉีดบ่อยแค่ไหน
- ILUMYA (Tildrakizumab) ยาฉีดรักษาสะเก็ดเงิน ยาฉีดชีวโมเลกุล ฉีดทุก 3 เดือน
- โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ (Atopic Dermatitis)
- โรคตุ่มนูนคันเรื้อรัง (Prurigo nodularis) คืออะไร รักษายังไงดี
- โรคเซบเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) ผิวหนังอักเสบ ที่ร่องจมูก หู หนังศีรษะ
- โรคผื่นขุยกุหลาบ โรคกลีบกุหลาบ สาเหตุ อาการ และการรักษา
- รักษา โรคผื่นกุหลาบ เกลื้อนกุหลาบ ทำยังไง ยากิน ยาทา การฉายแสง
- ผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก (Paederus dermatitis) รักษายังไงดี
- รอยดำหลังการอักเสบ (PIH) เกิดจากอะไร สาเหตุ อาการ การรักษา
- ตุ่มนูนคันที่ขา โรคไลเค่นอะไมลอยโดซิส คืออะไร สาเหตุ อาการ การรักษา
- บทความด้านโรคผิวหนัง ผมร่วง ผมบาง เล็บ
- บทความด้านความงาม สิว ฝ้า กระ เลเซอร์ โบท็อก ฟิลเลอร์ ร้อยไหม และการปรับรูปหน้า
- บทความผ่าตัดเล็ก กำจัดไฝ กระเนื้อ ติ่งเนื้อ ก้อนที่ผิวหนัง แผลเป็นนูน และวัคซีน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
แอลซีคลินิกสาขาโคราช ตรงข้ามตลาดสวายเรียง จ.นครราชสีมา
โทร 044-263265 , 085-6566639 เปิด 09.00-19.00 น. (หยุดทุกวันศุกร์)
Line id : lcclinic-korat
—
แอลซีคลินิกสาขาประโคนชัย ซอยบขส.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์
โทร 044-163455 , 095-6026953 เปิด 09.00-19.00 น. (หยุดทุกวันพุธ)
Line id : lcclinic
—-
Facebook : LC Clinic
Website : www.lcclinics.com



