อีสุกอีใส Chickenpox คืออะไร อาการ การรักษา การป้องกัน และวัคซีน

อีสุกอีใส Chickenpox

อีสุกอีใส Chickenpox คืออะไร อาการ สาเหตุ การติดต่อ การรักษา และการป้องกัน

อีสุกอีใส Chickenpox คืออะไร อาการ สาเหตุ การติดต่อ การรักษา และการป้องกัน

โรคอีสุกอีใส คืออะไร อาการ การติดต่อ การรักษา

อีสุกอีใส Chickenpox คืออะไร

โรคอีสุกอีใส (Chickenpox หรือ Varicella) คือ โรคติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากการติดเชื้อ Varicella-zoster virus (VZV) ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูล Herpesvirus ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด

โรคอีสุกอีใสสามารถติดต่อได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่โดยเฉพาะเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง มักมีอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่โรคอาจรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ใน ผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ ทารก ผู้ที่ทานยากดภูมิ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โรคอีสุกอีใสเกิดจากอะไร?

โรคอีสุกอีใสมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส Varicella-zoster virus (VZV) ซึ่งติดต่อจากคนสู่คนผ่านละอองและอนุภาคจากทางเดินหายใจ รวมถึงการสัมผัสโดยตรงกับน้ำจากตุ่มน้ำของผู้ป่วย เมื่อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะเพิ่มจำนวนขึ้น และทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส หลังจากหายจากโรคแล้ว เชื้อจะไม่ได้ถูกกำจัดออกจากร่างกายทั้งหมด แต่สามารถหลบซ่อนอยู่ตามปมประสาท และอาจกลับมาก่อโรคอีกครั้งในรูปแบบโรคงูสวัด (Herpes zoster) ในภายหลังได้

อีสุกอีใสติดต่อกันได้อย่างไร?

อีสุกอีใสเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายมาก เชื้อสามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้จาก

  • การสูดหายใจเอาอนุภาคหรือเชื้อที่แพร่จากผู้ป่วย
  • การสัมผัสโดยตรงกับน้ำจากตุ่มน้ำ
  • การสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจของผู้ป่วย

ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ประมาณ 1–2 วันก่อนเริ่มมีผื่นขึ้น และยังสามารถแพร่เชื้อได้จนกว่าตุ่มทั้งหมดจะตกสะเก็ด โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 4–7 วันหลังเริ่มมีผื่น ดังนั้นผู้ป่วยโรคนี้ไม่ควรไปโรงเรียน ทำงาน หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่นจนกว่าตุ่มทั้งหมดจะแห้งและตกสะเก็ด

ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยอีสุกอีใส

  • หญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
  • ทารกและเด็กเล็ก
  • ผู้ป่วยมะเร็ง
  • ผู้ที่รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ระยะฟักตัวของโรคอีสุกอีใส

หลังจากได้รับเชื้อ ผู้ป่วยมักยังไม่มีอาการทันที ระยะฟักตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 14–16 วัน และอาจอยู่ในช่วงประมาณ 10–21 วัน หลังสัมผัสเชื้อ ผู้ป่วยบางรายจึงอาจได้รับเชื้อจากคนอื่นหลายวันก่อนที่จะเริ่มมีอาการ

อาการของโรคอีสุกอีใส

อาการของอีสุกอีใสอาจแตกต่างกันได้ ขึ้นกับอายุและภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยแต่ละคน

1.อาการนำก่อนผื่นขึ้น

โดยเฉพาะในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ อาจมีอาการนำก่อนผื่นขึ้นประมาณ 1–2 วัน เช่น

  • ไข้
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ
  • เบื่ออาหาร
  • ปวดเมื่อยตามตัว
  • แต่ในเด็กบางราย ผื่นอาจเป็นอาการแรกของโรค โดยแทบไม่มีอาการนำมาก่อนได้

2.ลักษณะผื่นอีสุกอีใส

ลักษณะผื่นของอีสุกอีใสเป็นจุดสำคัญในการวินิจฉัย โดยผื่นมักเปลี่ยนแปลงตามลำดับ ดังนี้

จุดแดง → ตุ่มนูน → ตุ่มน้ำใส → ตุ่มขุ่น → ตกสะเก็ด

และมีลักษณะสำคัญคือ มักพบผื่นหลายระยะอยู่พร้อมกัน เช่น บริเวณหนึ่งเป็นตุ่มแดง ขณะที่อีกบริเวณหนึ่งเป็นตุ่มน้ำ และอีกบริเวณหนึ่งเริ่มตกสะเก็ดแล้ว

ผื่นมักเริ่มบริเวณ

  • หน้าอก
  • หลัง
  • ใบหน้า
  • หนังศีรษะ
  • แล้วจึงกระจายไปยังบริเวณอื่นของร่างกาย

อาจพบตุ่มใน

  • ช่องปาก
  • เปลือกตา
  • และอวัยวะเพศได้เช่นกัน

โดยทั่วไปผื่นจะคัน และระยะเวลาของผื่นมักดำเนินไปประมาณ 4–7 วัน ก่อนที่ตุ่มจะทยอยตกสะเก็ด

การวินิจฉัยโรคอีสุกอีใส

แพทย์สามารถวินิจฉัยอีสุกอีใสได้จาก

  1. ประวัติการสัมผัสผู้ป่วย
  2. ลักษณะผื่น
  3. การกระจายตัวของผื่น
  4. การดำเนินโรค
  5. ประวัติการได้รับวัคซีน

ในกรณีที่ลักษณะของโรคไม่ชัดเจน หรือเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว หรือเป็นกรณีที่ต้องการยืนยันการวินิจฉัย อาจตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น

การตรวจ PCR

การตรวจ VZV PCR เป็นวิธีที่มีประโยชน์มากที่สุดในการยืนยันการติดเชื้อ โดยสามารถตรวจหา DNA ของเชื้อจาก

  • น้ำในตุ่ม
  • เซลล์บริเวณฐานของตุ่ม
  • สะเก็ดแผล
  • โดยเฉพาะ vesicle fluid และ scab เป็นตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับการตรวจ PCR

อีสุกอีใสแตกต่างจากผื่นชนิดอื่นอย่างไร?

โรคอีสุกอีใสสามารถมีลักษณะคล้ายโรคผิวหนังหรือโรคติดเชื้อชนิดอื่นได้ โดยแพทย์อาจต้องแยกโรคจาก

  • ผื่นจากแมลงกัดต่อย
  • โรคมือ-เท้า-ปาก (Hand, foot and mouth disease)
  • โรคเริม (Herpes simplex infection)
  • โรคงูสวัด (Disseminated herpes zoster)
  • โรคตุ่มพุพอง (Impetigo)
  • โรคผื่นแพ้ยา
  • โรคติดเชื้อไวรัสบางชนิด
  • Breakthrough varicella ในผู้ที่เคยได้รับวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสไม่ครบโดส

ในผู้ที่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน รอยโรคอาจมีผื่นเพียงเล็กน้อย ตุ่มน้ำไม่ชัด หรือมีไข้ต่ำๆ ทำให้การวินิจฉัยจากลักษณะทางคลินิกเพียงอย่างเดียวทำได้ยากขึ้น

โรคอีสุกอีใส chickenpox รักษายังไง สาเหตุ อาการ การรักษา อีสุกอีใส Chickenpox

โรคอีสุกอีใส รักษาอย่างไร

การรักษาโรคอีสุกอีใส

การพิจารณาวิธีรักษา จะขึ้นอยู่กับอายุ ความรุนแรงของโรค โรคประจำตัว และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน โดยแนวทางการรักษาในปัจจุบัน มีดังนี้

1. การให้ยาลดไข้

  • Paracetamol (Acetaminophen) สามารถใช้เพื่อลดไข้ และบรรเทาอาการไม่สบายตัว โดยสามารถปรับโดสยาได้ตามขนาดที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนัก
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Aspirin ไม่ควรใช้ Aspirin ในเด็กหรือวัยรุ่นที่เป็นอีสุกอีใส เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับภาวะ Reye syndrome ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงที่มีผลต่อตับและสมอง
  • ควรหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดลดไข้กลุ่ม Ibuprofen และ NSAIDs เนื่องจากมีรายงานความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยา Ibuprofen ในช่วงอีสุกอีใสกับการติดเชื้อแบคทีเรียของผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนที่รุนแรง

2. การรักษาอาการคัน

อาการคันเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผื่นอีสุกอีใส การดูแลสามารถทำได้โดย

  • ทาคาลามายน์ (Calamine lotion)
  • การอาบน้ำหรือประคบด้วยน้ำเย็น
  • ยากินแก้แพ้กลุ่ม antihistamine
  • ตัดเล็บให้สั้น
  • หลีกเลี่ยงการเกา เพราะการเกาอาจทำให้ผิวหนังเกิดแผล และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงเพิ่มโอกาสเกิดรอยแผลเป็น

3. ยากินต้านไวรัส Acyclovir

Acyclovir เป็นยากินต้านไวรัสที่ใช้รักษาโรคอีสุกอีใส

กลุ่มที่แพทย์อาจพิจารณาให้ยากินต้านไวรัส ได้แก่

  • ผู้ใหญ่และวัยรุ่น
  • ผู้ที่มีโรคผิวหนังหรือโรคปอดเรื้อรังบางชนิด
  • ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่ได้รับยากินสเตียรอยด์
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีโรครุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน

โดยประสิทธิภาพของยาต้านไวรัสจะดีที่สุด เมื่อเริ่มกินยาภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มมีผื่น ในผู้ป่วยที่มีโรครุนแรง เช่น ปอดอักเสบจาก VZV, ไข้สมองอักเสบ encephalitis หรือ disseminated varicella หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง อาจจำเป็นต้องได้รับยาฉีดต้านไวรัส intravenous acyclovir และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

**หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาการให้ Acyclovir ต้องพิจารณาตามอายุ น้ำหนัก การทำงานของไต ภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของโรค จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและสั่งยา

คำถามอื่นๆเกี่ยวกับโรคอีสุกอีใส

1.อีสุกอีใสในผู้ใหญ่ ทำไมต้องระวังมากกว่าเด็ก?

แม้ว่าอีสุกอีใสจะเป็นโรคที่พบมากในเด็ก แต่เมื่อเกิดในผู้ใหญ่มีโอกาสเกิดโรครุนแรงและภาวะแทรกซ้อนมากกว่าเด็ก โดยภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ

🫁 ปอดอักเสบ Varicella pneumonia

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญในผู้ใหญ่ อาจมี

  • ไอ
  • หายใจเหนื่อย
  • เจ็บหน้าอก
  • ออกซิเจนในเลือดต่ำ

🧠 ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท

เช่น

  • Cerebellar ataxia
  • ไข้สมองอักเสบ Encephalitis
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบในบางราย

ดังนั้นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอีสุกอีใสจึงควรได้รับการประเมินและรักษาโดยแพทย์

2.อีสุกอีใสในหญิงตั้งครรภ์

หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ VZV จำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาโดยแพทย์ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของมารดาและทารก การติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์อาจสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนของทารกในครรภ์ แม้ภาวะรุนแรงจะพบไม่บ่อย แต่หากมารดาเป็นอีสุกอีใสในช่วงใกล้คลอด ทารกแรกเกิดอาจมีความเสี่ยงต่อโรคอีสุกอีใสชนิดรุนแรงได้

3.อีสุกอีใสในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

กลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจะมีความเสี่ยงต่อโรครุนแรงมากขึ้น ได้แก่

  • ผู้ป่วยมะเร็ง
  • ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด
  • ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่ได้รับยากินสเตียรอยด์ขนาดสูงเป็นเวลานาน
  • ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ
  • ผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

ผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจมีโรคที่รุนแรงกว่าปกติ และเกิดการแพร่กระจายของเชื้อไปยังอวัยวะต่างๆได้ หากเกิดอีสุกอีใสควรไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อประเมินความจำเป็นในการให้ยาต้านไวรัสและการดูแลในโรงพยาบาล

4.ภาวะแทรกซ้อนของอีสุกอีใส

แม้ผู้ป่วยในโรคอีสุกอีใสส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่โรคอีสุกอีใสก็สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ยกตัวอย่างเช่น

🦠 การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็ก หากบริเวณตุ่มมีอาการ

  • บวม แดงมากขึ้น
  • ร้อน
  • เจ็บ
  • มีหนอง
  • แผลขยายใหญ่ขึ้น
  • ควรเข้ามาพบแพทย์เพื่อประเมินการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

🫁 ปอดอักเสบ

พบได้โดยเฉพาะในผู้ใหญ่

🧠 ไข้สมองอักเสบ

อาจมีอาการ

  • ซึม
  • สับสน
  • ปวดศีรษะมาก
  • เดินเซ
  • ชัก
  • หมดสติ

5.อีสุกอีใสเป็นแล้ว สามารถเป็นซ้ำได้หรือไม่?

โดยทั่วไปการติดเชื้ออีสุกอีใสในครั้งแรก จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันในระยะยาว ทำให้การเป็นอีสุกอีใสซ้ำพบไม่บ่อย อย่างไรก็ตามเชื้อ VZV จะยังคงแฝงอยู่ในปมประสาทของร่างกาย หลายปีต่อมาหลังจากนั้น หากภูมิคุ้มกันลดลง เชื้ออาจกลับมาก่อโรคเป็นงูสวัดได้ (Herpes zoster)

6.การป้องกันโรคอีสุกอีใส

วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส (Varicella vaccine) ส่วนการป้องกันวิธีอื่น มีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
  • ล้างมือเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มน้ำ
  • แยกผู้ป่วยออกจากผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง
  • ผู้ป่วยควรหยุดเรียนหรือหยุดงาน และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นจนกว่าตุ่มทั้งหมดจะตกสะเก็ด

สรุป

  • โรคอีสุกอีใส (Chickenpox) เป็นโรคติดเชื้อจาก Varicella-zoster virus ที่ติดต่อได้ง่ายมาก
  • ลักษณะเด่นคือ ผื่นคันที่เปลี่ยนจากจุดแดง → ตุ่มนูน → ตุ่มน้ำ → ตกสะเก็ด และมักพบผื่นหลายระยะพร้อมกัน
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้เองโดยการรักษาตามอาการ แต่บางกลุ่มโดยเฉพาะผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ ทารก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากกว่า
  • การรักษาประกอบด้วยการให้ยาลดไข้ ยาบรรเทาอาการคัน การดูแลผิว และการใช้ยาต้านไวรัส Acyclovir หรือยาต้านไวรัสอื่นๆตามการประเมินของแพทย์
  • การป้องกันที่สำคัญที่สุดคือ วัคซีนอีสุกอีใส และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยในช่วงที่สามารถแพร่เชื้อได้

อีสุกอีใส Chickenpox คืออะไร อาการ สาเหตุ การติดต่อ การรักษา และการป้องกัน

เกี่ยวกับเรา แอลซีคลินิก โรคผิวหนัง ผมร่วง ความงาม เลเซอร์

หมอชิน-หมอหลิว แอลซีคลินิก

ผู้แต่ง : นพ.ชินดนัย วิกรัยพัฒน์ และ พญ.ปัทมา ปาประโคน พบ.วท.ม.ตจวิทยา (ผิวหนัง)

(หมอชิน-หมอหลิว) แพทย์ ประจำแอลซีคลินิก ว.41671

เอกสารอ้างอิง

ฝากติดตามบทความดีๆเรื่อง โรคผิวหนัง ผมร่วง ผมบาง เล็บ สิว ฝ้า กระ เลเซอร์ และการผ่าตัดเล็ก ได้ที่คอลัมน์บทความนะครับ

◆ บทความที่เกี่ยวข้อง ◆

  1. โรคอีสุกอีใส คืออะไร อาการ การรักษา (Chickenpox)
  2. โรคงูสวัด (Herpes Zoster)
  3. เริม โรคเริม (HERPES SIMPLEX)
  4. วัคซีนป้องกันงูสวัด Shingrix คืออะไร ป้องกันงูสวัด ได้มากกว่า 90%
  5. โรคตุ่มน้ำใสที่มือ ผิวหนังอักเสบ (Dyshidrosis) คืออะไร รักษายังไงดี
  6. โรคตุ่มพุพอง (Impetigo) แผลพุพอง คืออะไร อาการ และการรักษา
  7. ผื่นจากแมลงกัด ตุ่มแพ้แมลงกัด (Insect bite reaction)
  8. โรคตุ่มน้ำใส ถุงน้ำที่ผิวหนัง (Vesiculobullous) คืออะไร สาเหตุ อาการ การรักษา
  9. ฉีด วัคซีน ป้องกัน ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบบี  หูดหงอนไก่-มะเร็งปากมดลูก งูสวัด

◆ บทความโดยผู้เชี่ยวชาญ ◆


ติดต่อเรา

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

แอลซีคลินิกสาขาโคราช ตรงข้ามตลาดสวายเรียง จ.นครราชสีมา

โทร 044-263265 , 085-6566639 เปิด 09.00-19.00 น. (หยุดทุกวันศุกร์)

Line id : lcclinic-korat

แผนที่ แอลซีคลินิก สาขาโคราช จ.นครราชสีมา เปิด 9.00-19.00 น หยุดทุกวันศกร์

แผนที่ แอลซีคลินิก สาขาโคราช จ.นครราชสีมา

—

แอลซีคลินิกสาขาประโคนชัย ซอยบขส.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

โทร 044-163455 , 095-6026953 เปิด 09.00-19.00 น. (หยุดทุกวันพุธ)

Line id : lcclinic

แผนที่ แอลซีคลินิก สาขาประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

แผนที่ แอลซีคลินิก สาขาประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

—-

Facebook : LC Clinic

Website : www.lcclinics.com

อีสุกอีใส Chickenpox คืออะไร อาการ สาเหตุ การติดต่อ การรักษา และการป้องกัน

รักษา โรคผิวหนัง เลเซอร์ ทรีทเมนท์ ความงาม ผ่าตัดเล็ก โคราช ประโคนชัย บุรีรัมย์ – LC Clinic

Posted in Uncategorized.